ส้มตำเฮาส์ ต้นตำรับยกครก : ส้มตำร้อนกับปฐมบทของลานประหารปูในเชียงใหม่ ที่หลบภัยผงชูรส

ส้มตำเฮาส์1

ส้มตำร้อนกับปฐมบทของลานประหารปูในเชียงใหม่ ที่หลบภัยผงชูรส ที่ส้มตำเฮาส์ ต้นตำรับยกครก

ย้อนไปราวๆ เมื่อ 20 ปีก่อน ร้านส้มตำส่วนใหญ่ไม่ได้มีลักษณะเป็นร้านจริงจังมากมายนัก ส้มตำมักจะขายในร้านอาหารอีสาน หากเป็นร้านคนเหนือก็จะขายในร้านขายขนมจีน จะมาเปิดเป็นร้านขายส้มตำจริงๆ จังๆ นี่นับได้เลย ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ มีร้านส้มตำมาเปิดขายส้มตำหลายอย่าง เป็นร้านที่นั่งกินประจำ และไปกับเพื่อนสาวอีกคน เราเรียกร้านนี้ว่าลานประหารปู ร้านที่ว่านี้คือร้านบ้านส้มตำนั่นเอง เวลาไปจะสั่งตำโล่งโจ้ง กินกันคนละสองครก เอาซากปูมากองตรงกลาง ถ้าไม่หนำใจก็สั่งเพิ่ม ใครมาถามว่าร้านนี้ มีอะไรอร่อยอีกเราจะไม่เคยรู้เลย เพราะกินอย่างเดียวคือตำโล่งโจ้ง

จนมาถึงวันนี้ วันที่ร้านส้มตำป๊อบมาก ทั้งตำถาด ตำทะเลที่ดูเหมือนยกอ่าวไทยมาใส่ครก น้ำเจิ่งๆ หวานๆ เผ็ด เค็ม รสชาติเหมือนกันทุกจานไม่ว่าจะสั่งตำอะไร พอเจอส้มตำแฟนซีพวกนี้ ก็ทำให้เราลืมเพื่อนวัยสาวของเราไปสนิท วันนี้กลับมากินที่ร้านส้มตำเฮาส์ (ต้นตำรับยกครก) อีกครั้ง โดยการชักชวนของป้าสปูนซึ่งสนิทสนมกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี คราวนี้ก็เลยมีโอกาสลองเมนูอื่นบ้าง นอกจากตำโล่งโจ้ง คือถ่ายรูปเยอะมากทางร้านจัดอาหารมาเยอะมากเหมือนทำให้คนกินทั้งย่านนิมมาน

แนะนำความอร่อยอย่างประหลาด

ส้มตำเฮาส์2• ก๋วยเตี๋ยวส้มตำ
ยอมรับว่าตอนที่เห็นชื่ออาหารและ ตอนถ่ายรูปลังเลว่าจะกินได้ไหม อร่อยไหม…แปลกไปนะ ก๋วยเตี๋ยวรสส้มตำ ไม่พอ มีไส้อั่วปั้นเป็นลูกกลมๆ มาด้วย มันไม่น่าจะเข้ากันได้…แต่พอกินเท่านั้นแหละ พี่เฟี๊ยตคะ (เจ้าของร้าน) เอารางวัลโนเบลสาขาอาหารสร้างสรรค์ไปเลยค่ะ มันอร่อยบรรยายไม่ถูก คือเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม มาในน้ำซุปร้อนๆ ที่ปรุงรสเดียวกับส้มตำเด๊ะๆ กินกับกุ้งแห้งคือดีมาก เหมาะกับช่วงเวลาอากาศเย็นจริงๆ แล้วเอาไส้อั่ว หรือลูกอั่วเข้าปาก คือดีงามมาก ไอเดียการสร้างจานนี้คือ การที่พี่เฟี๊ยตเห็นว่า “ญี่ปุ่นเขามีหมี่เย็นไว้กินหน้าร้อน กลับกันถ้าเรามีส้มตำร้อนไว้กินหน้าหนาวบ้างล่ะ…จะเป็นยังไง” จานนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาที่นิมมานซอย 11 นี่เอง เลิฟมาก จะไปซ้ำจานนี้อีก

 

ส้มตำเฮาส์3• ส้มตำต้มยำ
อีกมิติหนึ่งของส้มตำ ที่ฟังชื่อแล้วงง ส้มตำก็ส้มตำสิจะต้มยำทำไม…นั่นแหละ พอกินเราก็เข้าใจละว่าทำไมเขาสร้างจานนี้ขึ้นมา เป็นส้มตำที่มีกลิ่นหอมของพริกแห้งย่าง กลิ่นของต้มยำชัดเจน แต่ก็ยังมีรสส้มตำอยู่ ไปลองเถอะแล้วจะรู้ว่ามันอัศจรรย์มาก 5555

 

ส้มตำเฮาส์4• ตำคะน้าหมูย่าง
คิดว่าอาหารของที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น คือ เดี๋ยวนี้เวลาเราสั่งตำ รสชาติทุกตำมันเหมือนกันหมด เปลี่ยนแค่ตัวละครเอกในจานเท่านั้น แต่ที่ร้านนี้แต่ละจานก็มีรสชาติที่พิเศษของตัวเอง อย่างตำคะน้าหมูย่างนี้ก็มีรสพิเศษของตัวเอง คะน้ากรุบๆ ไม่เหม็นเขียวเลย หมูนุ่ม ทั้งหมดคลุกเล้ากัน เป็นสัดส่วนรสชาติกำลังดี

จุดเด่นของร้านนี้คือรสชาติส้มตำที่ออกไปทางทะเลตะวันออก เพราะต้นฉบับมาจากบางแสน แนวๆ นั่งกินริมหาด ไม่มีกลิ่นปลาร้าจัด รสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด จัดมาในระดับที่พอดี ซึ่งรสแบบนี้ไม่ค่อยมีขายในเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เป็นแนวส้มตำลาว ไปเกือบหมดแล้ว

เมนูขายดีของที่ร้านนี้ยังมีอีกมาก เช่น ตำเส้นหลวงพระบางหมูย่าง ตำข้าวโพดไข่เค็ม มะม่วงปลาดุกฟู น้ำพริกเผากุ้งสด ส้มตำหลอด และต้องไม่ลืม ตำโล่งโจ้งที่รัก

You Might Also Like