HOWTO TEX-MEX ชวนกินลูกครึ่งเม็กซิกัน

อาหารเม็กซิกันจานแรกที่รู้จักคือ ทาร์โก้สลัดที่ 13 เหรียญ ชอบกินแป้งกรอบๆ มากกว่าตัวสลัดข้างในเสียอีก น้ำสลัดมักจะเลือกเทาซันไอส์แลนด์  จนค่อยๆ โตก็เก็บแต้มประสบการณ์การกินมาเรื่อยๆ ได้รู้จักกับนาโช่ ซัลซา ได้ลองกินเคซาเดีย เอนชิลาดา เราชินกับทาร์โก้ที่มีเปลือกกรอบๆ ชีสเยอะๆ แบบว่ามีทั้งเชดด้าชีสและมอสซาเรลลาชีส พอโตขึ้นหน่อยก็มีคนมาบอกว่าที่กินน่ะมันไม่ใช่เม็กซิกันแท้นะ เค้าเรียก TEX-MEX…อ้าว

อาหารเอยจงซับซ้อนขึ้นไปอีก

TEX-MEX คืออะไร

Miguel's Chiang Mai

TEX-MEX คือส่วนผสมของคำว่า TEXAN กับ MEXICAN แล้วจึงมารวมกันเป็น TEX-MEX การเดินทางของอาหารเม็กซิกันนั้น มีต้นกำเนิดจากชาว Aztec คนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในประเทศเม็กซิโกปัจจุบัน คนกลุ่มนี้เดิมกินถั่ว กินสควอช  ต่อมาเมื่อสเปนเข้ายึดครองในปีพ.. 1519 พวกสเปนเขาก็ค้นพบว่าที่นี่อุดมไปด้วยอาหาร พริกที่เขาเพิ่งค้นพบก็มีรสชาติและให้สีสันกับอาหารมากกว่าพริกไทยที่ค้นพบก่อนหน้า เจอของกินได้เยอะเลยได้ใจใหญ่ หลังจากนั้นดินแดนนี้ก็เต็มไปด้วย สวนอโวคาโด มะพร้าว มะเขือเทศ ผักชี มันฝรั่ง และพริก ชาวบ้านนี้เมืองนี้ก็เลยรู้จักการกินพริกมานานก่อนใครในโลกก็ว่าได้ นอกจากนี้ชาวสเปนยังเอาความรู้เรื่องการถนอมเนื้อสัตว์ ทำไส้กรอก การทำเนื้อแห้ง การทำสตูว์ เข้ามาเผยแพร่ (ส่วนตัวคิดว่าอาหารเม็กซิกันแท้บางจานอย่างพวกเครื่องจิ้มต่างๆ มีลักษณะเหมือนน้ำพริกบ้านเรา) ด้วยความที่มีรากเป็นอาหารสเปนแต่มีวัตถุดิบที่หลากหลายนี้เอง อาหารเม็กซิกันจึงจัดเป็นอาหารฝั่งซีกโลกตะวันตกที่มีรสมีชาติที่สุด

Miguel's Chiang Mai

พริก Jalapeño ที่ปลูกได้แล้วในบ้านเรา

ในส่วนของเทกซัสนั้นจริงๆ แล้วในอดีตก็เป็นดินแดนของเม็กซิโก แต่สหรัฐไปตู่เอาของเขามา ดังนั้นอาหารการกินความเป็นอยู่ของคนที่เท็กซัสก็มีรากมาจากเม็กซิโกอยู่แล้ว ต่อมาจึงเกิดวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า TEX-MEX ซึ่งหมายถึงทุกอย่างที่มีลักษณะร่วมแบบเท็กซัสและเม็กซิกัน รวมไปถึงอาหารด้วย ในอดีตเรียกได้ว่าเป็นอาหารชาวบ้านแถวตะเข็บชายแดน ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพชัดๆ ก็ คือเป็นการหลอมรวมอาหารของนายฮ้อย หรือคาวบอย สองชาติเข้าด้วยกัน ดังนั้น ต้องกินเอาอิ่มให้พลังงาน

Miguel's Chiang Mai

Enchilada ด้านในเป็นเนื้อไก่ฉีก ราดซอสเข้มข้นทับด้วยซาวครีมของร้าน Miguel’s เป็นจานในดวงใจ

เพื่อนร่วมงานชาวอเมริกันเม็กซิกันบอกว่า คนเม็กซิกันไม่ได้ร่ำรวยอะไร อย่างที่เห็นว่าพวกเนื้อสับหรือหมูสับที่มักจะใส่ในอาหารที่ต้องสับเพราะเอาหมูหลายๆ ส่วนมารวมกัน ไก่ก็เอามาต้มฉีกให้ฝอยๆ  อาหารก็กินทั้งข้าวทั้งแป้ง มัน ถั่ว ให้มันอิ่มท้องเข้าไว้ ใส่น้ำจิ้มเผ็ดๆ ก็กินแป้งมากจะได้หนักท้อง เลยบอกเพื่อนว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นอาหารเม็กซิกันมีวัฒนธรรมการกินคล้ายบ้านเรา เพื่อนเห็นด้วย เขาว่ามันก็จริงนะแต่อาหารของเขาไม่ค่อยประดิษฐ์ประดอยคิดมากเท่าไหร่ ยิ่งพอมาเป็นอาหารแบบ TEX-MEX ยิ่งเยอะ ยิ่งบานเบอะ ของจริงน่ะหาความงามไม่ได้เลย 5555

ความแตกต่างของ TEX-MEX กับต้นฉบับคือ จะมีส่วนประกอบของเนื้อมากหน่อย มีการใช้ยี่หร่าในอาหารมากขึ้น มีอาหารจานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเช่นเอาแผ่นแป้งทอร์ทิญาข้าวโพดไปทอด แล้วก็ได้ทาร์โก้กรอบๆ เพื่อให้ห่อใส้ด้านในได้ สะดวกกับการกิน เมนูที่เกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมที่เรารู้จักกันดีได้แก่ นาโช่ (Nacho) ชิลลี่คอร์คาร์เน่ (chili corn carne) ฟาฮีต้า (Fajitas) และเอนชิลาด้า (Enchiladas) 

TEX-MEXที่เชียงใหม่

Miguel's Chiang Mai

เมื่อสิบกว่าปีก่อน Miguel’s ได้นำอาหาร TEX-MEX เข้ามาในเชียงใหม่และทำการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังเพราะอยากให้คนเชียงใหม่ ได้รู้จักและลองชิมอาหารเม็กซิกันมากขึ้น สำหรับฉันแล้วฉันคิดว่าดีมาก เพราะอาหารเม็กซิกันใช้ส่วนประกอบที่หาได้ไม่ยากในเมืองไทยไม่จำเป็นต้องนำเข้า (ยกเว้นพินโตบีน) ทำให้เราได้กินอาหารต่างชาติที่สดใหม่และมีรสมีชาติ ที่น่านับถือคือเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเสิร์ฟแบบไหน รสชาติยังไง ในวันนี้ Miguel’s ก็ยังทำหน้าที่เป็นครัว TEX-MEX ในเชียงใหม่ได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย

มาดูกันว่าส่วนประกอบของ อาหาร TEX MEX มีอะไรบ้าง

มีอะไรใน TEX-MEX
  • Miguel's Chiang Mai

Tortilla (ทอร์ทิญา)

Tortilla (ทอร์ทิญา) มีสองแบบ  แบบแรกเป็นแผ่นแป้งกลมๆ เส้นผ่านศูน์กลางประมาณ 5 นิ้ว ทำจากแป้งสาลี น้ำ เกลือ น้ำมัน นวดทำเป็นแผ่น แบบที่ 2 ทำจากข้าวโพดนำมาบดเป็นแผ่นขึ้นรูปขนาดเท่ากัน เสร็จแล้วก็เอามาย่างใช้ห่อไส้แบบต่างๆ ถ้าเอามาทอดก็กลายเป็นคอร์นชิปส์แต่ถ้าคอร์นชิปส์เอามาใส่ชีสพริกฮาลาเปโน่ดองราดด้วยซาวครีมและกัวกาโมเล่จิ้มซัลซาก็กลายเป็นนาโช่ ถ้าทำแผ่นใหญ่ห่อไส้รสเข้มๆ ราดซอส ก็กลายเป็นเอนชิลาด้า ทอร์ทิญาแบบแป้งแผ่นใหญ่ๆ ก็นำมาห่อไส้กลายเป็นอาหารจานอื่นๆ ได้อีก อย่างเบอร์ริโต ชิมิชังก้า ส่วนแป้งทอร์ทิญาแผ่นเล็ก เอามาห่อไส้ ก็กลายเป็น ทาร์โก้แบบอ่อน จริงๆ เบสมีแค่สองแบบนี้

 

ข้าว และถั่ว

ด้วยอิทธิพลของอาหารสเปนในอาหารเม็กซิกันจึงมีข้าวพ่วงมาด้วยในจานอาหาร การหุงข้าวของชาวเม็กซิกันเป็นการหุงด้วยน้ำสต๊อกไก่ในบางที่จะมีการผัดข้าวด้วยไขมันสัตว์ อาจจะเป็นมันไก่บางที่อาจจะเป็นมันหมู หรือแค่หุงกับน้ำสต๊อกไก่ ใส่เกลือมะเขือเทศ กระเทียมบด ที่ร้านมิเกลเป็นเวอร์ชั่นหุงด้วยน้ำซุป ใส่พริกหวาน ปาปริกา พริกไทยดำ หัวหอม มะเขือเทศ ใช้ข้าวไทยทำค่ะรสชาติคล้ายๆ ข้าวผัดใส่มะเขือเทศ ส่วนของถั่วนั้น เป็น Pinto Beans ถั่วมีลายคล้ายๆ ถั่วลายเสือแต่รูปร่างต่างกัน และ ใช้ถั่วดำ ถั่วทั้งสองแบบเขานำมาต้มแล้วเอามาบด ถ้าเอามาผัดอีกครั้งก็เป็น Refried Beans ค่ะ เป็นจานที่กินคู่กับอาหารเหมือนข้าว

  • ข้าวเม็กซิกันที่หุงเสร็จใหม่ๆ

เครื่องจิ้มเครื่องเคียง

เครื่องจิ้มและซอสนั้นหลากหลายมาก คนเม็กซิกัน มีทั้ง Salsa, Mole, Adobo อย่างหลังนี่เป็นเครื่องเทศเครื่องปรุงที่ผสมกันใช้สำหรับหมักเนื้อ บ้านเราจะคุ้นกับซัลซา แบบที่เห็นบ่อยๆ คือ Salsa Fresca คือใช้มะเขือเทศมาหั่น ใส่พริกไทย หอมหัวใหญ่ ผักชี เกลือ ที่เด็ดคือแม่ครัวของมิเกลเขาเป็นคนไทย ก็เลยมีลูกโดดเป็นพริกขี้หนู รับประกันความแซ่บ และยังมี Hot Sauce ที่เปรี้ยวเผ็ดอร่อย และยังมีกัวกาโมเล่ ที่เรารู้จักกันดีคือ อโวคาโดกับเกลือพริกไทย

Miguel's Chiang Mai

แม่ครัวของ Miguel‘S กำลังเตรียมซัลซา

จานน้ำๆ

ซุปแบบTex-Mex เป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง เพราะนอกจากจะอุ่นท้องแล้วยังอยู่ท้องด้วย ที่ Miguel’s เขาทำซุปชนิดหนึ่งที่ฉันชอบมากๆ คือ ทอร์ทิญ่าซุป เป็นซุปที่หวานน้ำต้มกระดูกไก่  ในซุปใส่ข้าวโพด หอมหัวใหญ่ พริกหยวก มะเขือเทศลงไป ต้มจนหวาน เอามาปั่นพร้อมแป้งทอร์ทิญ่า ปรุงรสด้วยเกลือ พริก ผงยี่หร่า แล้วบีบมะนาวตบท้าย เวลาเสิร์ฟ ก็ใส่ไก่ฉีก เอาแป้งทอร์ทิญ่าทอดกรอบตัดเป็นเส้นวางไว้โรยผักชี มีคนบอกว่ามองผาดๆ นึกว่าข้าวซอยไก่  แต่รสชาติไม่เหมือนนะคะ รสชาติมันเหมือนแกงไก่ข้นๆ ที่กลิ่นเครื่องเทศไม่แรงมาก อยากให้ลอง มันเหมาะกับลิ้นแบบไทยๆ ของเรามาก นอกจากนี้ยังมีซุปถั่วดำ ราดซาวร์ครีมที่อร่อยไม่แพ้กัน

Miguel's Chiang Mai

เนื้อๆ เน้นๆ

เมนูของ TEX MEX เพิ่มความพรีเมียมในเมนูเม็กซิกันให้มีเนื้อมีหนังด้วย เนื้อสัตว์และชีสต่างๆ จานเนื้อน่าลองจานแรกคือ Fajita เป็นสเต็กจานร้อนเผ็ดพริกไท หอมพริกหวาน จานนี้จะเลือกกินกับแป้งแบบไหน ตัวที่ไม่อยากให้พลาดคือ Fish Taco ค่ะ ปลาชุบแป้งกรอบๆ ผักสดๆ ซอสอร่อยคือดีมากๆ เป็นทาโก้แบบอ่อน ส่วนคนชอบของกรุบกรอบต้องลอง ทาร์โก้เนื้อ สับ ที่เป็นทาร์โก้เปลือกข้าวโพดกรอบ (คือคุณจะเลือกเนื้ออื่นก็ได้แต่บังเอิญฉันชอบกินเนื้อเลยเลือกเนื้อเป็นหลัก)

  • Fajita สเต๊กจานร้อนแบบเม็กซิกัน

ของหวาน

ที่ชอบที่สุดคือ Hot Apple Burrito ทำจากแอปเปิลฟูจิหวานกรอบ ที่เลือกแอ๊ปเปิลชนิดนี้ เพราะเป็นแอปเปิ้ลที่เหมาะแก่การทำของหวานเนื่องจากเวลาผ่านความร้อนแล้ว รสชาติจะไม่หวานขึ้นแต่กลับอมเปรี้ยวนิดๆ สร้างรสชาติให้ขนมได้ดี เอามาคลุกเคล้ากับน้ำตาลไม่ขัดสี ใส่ซินนามอนกับนัทเมก หรือผงลูกจันทน์ ใส่น้ำเคี่ยวรวมกันจนแอปเปิ้ลนุ่มใส่เนยลงไป เมื่อผิวเนื้อแอปเปิ้ลชักเงาส่งกลิ่นหอม แล้วก็เอามาห่อแป้งทอร์ทิญ่าทอด

เนื้อแป้งทอร์ทิญากรอบๆ ด้านในมีแอปเปิ้ลระอุ อ่อนนุ่มเปรี้ยวหวานและหอม วางทับด้วยไอศกรีมวนิลลาเย็นฉ่ำ เอาช้อนจ้วงผ่านแป้งกรอบเข้าไป กลิ่นหอมหวานของแอปเปิ้ลก็แทรกเข้าจมูกกินแกล้มกาแฟดำร้อนๆ โอ้ยยยยยยย มันดีมากกกกกกกกก

  • Miguel’s Chiang Mai

ร้าน Miguel ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่ากินไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องอาหารตัวอื่นๆ บ้าง ^^ ตามที่อยู่ร้านไปเลยค่ะ

ตามแฟนเพจที่ Miguel’s Mexican Restaurant

 

 

 

 

 

You Might Also Like